DJ RESURRECTION

posted on 26 Dec 2009 11:00 by joch

 กลางดึกสงัด พลันเกิดเสียงฟ้าร้องคำราม แผ่นดินสะเทือน อย่างกับธรรมชาติอยากให้โลกได้รู้ว่า พวกเขากลับมาอีกครั้ง DJ JOCHO กับ DJ CHIN กลับมาเนียนกว่าเดิม แถถึงที่สุด กับรายการยังมีเรา ทางคลี่นเสียงธรรมจากวัดด่าน FM99.25Mh หรือทาง www.watdan.com เวลา 9.00 - 10.00น. หน้าไมค์ได้ที่เบอร์ 02-682-7426  มีอะไรติชมได้ที่นี่เน้อ ทุกข้อความของคุณคือกำลังใจของเราเช่นกัน มาให้กำลังใจกันและกันเถอะครับพี่น้อง

 

หรือจะถึงคราวอวสาน???

posted on 07 Oct 2007 20:10 by joch

รายการบางกอกโชว์ห่วย ในวันอังคารนี้จะเป็นการออกอากาศครั้งสุดท้าย(หยุดรายการไว้ชั่วคราว)เพื่อไปทำภารกิจอื่นต่อนะครับ แต่ยังไงถ้าพวกเรามีโอกาสกลับมาพบคุณผูฟังอีกครั้งเราจะกลับมาแน่นอนครับ ฝากเพื่อนช่วยฟังการออกอากาศครั้งสุดท้ายของพวกเราด้วยนะครับ ทางBSRU RADIO NETWORK (http://radio.bsru.ac.th/live) เวลา10.00-12.00น. ในวันอังคารที่ 9 ตุลาคมนี้ ด้วยนะครับฟังแล้วมาเม้นท์ในบล็อคนี้ด้วนครับ

พีเอสสึ ถึงฝันนี้จะต้องสะดุด แต่ไม่ได้ทำให้พวกผมล้มลงแต่มันจะเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ให้พวกเราก้าวสู่ฝันอื่นต่อไปครับ ขอบคุณท่านอาจารย์ไพฑูรย์ที่ให้โอกาสพวกผมสองคนเข้าไปจัดรายการนะครับ ถ้ามีโอกาสจะกลับไปจัดรายการอีกครั้งแน่นอนครับ ขอบคุณเฮียปอด้วยนะครับที่บรรจุรายการของพวกเราลงไปในผัง สุดท้ายคงต้องขอบคุณท่านผู้ฟังของทั้งรายการบางกอกโชว์ห่วย และก็รายการmusic extreme ด้วยนะครับที่โทรเข้ามาขอเพลงหรือคุยเอ็มกับผม(yuyu_57@hotmail.com) ขอบคุณน้องปุ๊กที่ขอเพลงของkattun เข้ามา หรือคุณกิตเพื่อนผมที่ส่งเพลงของeric clapton มาเปิดให้เพื่อนได้ฟังกัน

ติดตามผลงานของพวกผม(โจโฉ+ชิน)ได้ที่บล็อคนี้นะครับ ฝากผลงานต่อๆไปของพวกเราด้วยครับ สวัสดีครับ

ก่อนตาย
เมื่อคนเราจะถึงเวลาที่จะต้องตายก็คงไม่มีอะไรมาหยุดยั้งไว้ได้ ในเมื่อเรามีชีวิตที่ยังเหลืออยู่ในโลกใบนี้จงทำความดีเอาไว้เถิด แต่ว่าการทำดีนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่ปริมาณของวัตถุหรือราคาของที่ให้แต่เป็นคุณค่าจิตใจที่เราจะทำมากกว่าผลที่จะได้รับ นี้คือสิ่งที่ผมคิดอยู่ตลอดเวลาหลังจากที่ผมได้ผ่านเหตุการณ์ที่ ผมได้รู้ว่า ผมจะมีเวลาที่จะอยู่บนโลกใบนี้ อีก 7วัน


ตีง ตึ่ง ตึ้งติง ติง ฮัลโหล เออ รู้แล้วกำลังจะไปแล้ว เออ รออยู่ตรงนั้นแล้วกัน
ผมชื่อไผ่ครับ ชีวิตในวัยเรียนของผมก็ไม่มีอะไรที่ดูหวือหวาซะเท่าไร
วันๆผมได้ก็แต่ไปเรียนกับนั่งเล่นเกมส์ไปวัน
เช้านี้ก็ยังคงเป็นเช้าที่ดูวุ่นวายเหมือนอย่างเคยในทุกๆวัน
เฮ้ย โทษเว้ย รอนานเปล่า
เออ
ไอ้นี้ชื่อไอ้แมนครับ มันเป็นเพื่อนซี้ผมตั้งแต่มัธยมต้น มันเป็นคนไม่ค่อยพูดครับ
แต่เวลาเล่นเกมส์ที่ไรมันเป็นคนๆละคนทุกที่
เออ ก็ว่างั้น ไปเถอะ

ผมเป็นคนไม่มีครอบครัวครับ พ่อแม่ผมนำผมไปอยู่กับหลวงพ่อตั้งแต่ผมยังเด็ก
และผมก็ไม่ได้เจอพ่อแม่ผมอีกเลยดังนั้นผมจึงเป็นเด็กวัดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ผมอยู่กับหลวงพ่อได้15ปีท่านก็มรณภาพจากผมไป
ตอนนี้ผมก็ออกมาอยู่คนเดียว เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย

ไอ้ไผ่แกจะไปถ่ายรูป ที่ไหน
อืม ยังไม่ได้คิดเลย แต่ว่าคงไปถ่ายวัดดีกว่า ง่ายดี

และเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะทำให้ผมเปลี่ยนความคิดและเปลี่ยนชีวิตของผม

วันที่1

ไอ้แมนมาเล่นเกมส์รอผมที่ร้านเกมส์ก่อนแล้ว
ไอ้แมนจะไปเลยเปล่า เดี่ยวไปสายแดดมันจะแรงถ่ายไม่สวยอีก
เออ เดี๋ยวของตานี้จบและเดี๋ยวไป
งั้นเดี๋ยวนั่งเล่นเน็ตรอแล้วกัน

ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมดลใจที่ทำให้ผมเปิดไปดูการทำนายโชคชะตา
ผมไม่ได้ดูโชดชะตาของผมเองมานานแล้วหลังจากที่หลวงพ่อได้มรณะลง
และในเว๊บกลับปารกฎข้อความที่แปลกมาก
การเดินของนาฬิกาชีวิตจะหมดลง
เส้นทางเดินจะถึงทางตัน
เวลาที่ได้มาถึงคราวที่จบลง
7ราตรีของการหวนคืนได้เริ่มขึ้น
ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปที่ที่จากมา
อะไรว่ะ สงสัยท่าจะเพี้ยนนะ เว็บนี้
ไอ้แมนดูสิ มันบอกว่าจะถึงเวลาที่จะต้องกลับไปที่ที่จากมา
ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก แต่ไอ้แมนมันคิดไร้สาระกว่านั้น
กูไม่ว่างรอก่อน อะไรว่ะไหงมันเร็วกว่าอะ
ผมลืมไปว่าตอนนี้ไอ้แมนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

เฮ้ยไอ้ไผ่ถ่ายเป็นไงบ้างว่ะ
ก็โอเคอะ กะว่าจะลองถ่ายคนดู แล้วแกล่ะ
ว่าจะถ่ายคนเหมือนกัน ไหนลองเป็นแบบหน่อย
มันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับการถ่ายที่ผมและมันจะเป็นแบบให้กัน

แชะ ๆ
เฮ้ย! อยู่ดี ไอ้แมนก็ร้องเสียวหลง
เป็นไรว่ะไอ้แมน ผมเริ่มสงสัยขึ้นมาว่ามันป็นอะไรของมัน
มึงมาดูเองดีกว่าว่ะ ทำไมถ่ายออกมามันเป็นแบบนี้
เฮ้ย ทำไมออกมาเป็นแบบนี้
รูปที่ถ่ายได้มันเป็นรูปของผมที่หน้ามันเบลอและช้ำเลือดช้ำหนองไปหมด
มันรีบลบรูปที่ถ่ายไปและทำการถ่ายใหม่อีกครั้ง แต่มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม
ผมและมันต่างเงียบ คราวนี้ไอ้แมนให้ผมลองถ่ายมันบ้าง
แชะๆ....แชะๆ
คราวนี้รูปที่ออกมาปรกติ หน้าของไอ้แมนไม่เบลอเหมือนของผม
อะไรว่ะ มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย ผมเริ่มที่จะกลัวขึ้นมา
มึงก็อย่าคิดมากน่า มึงก็รู้ว่ากล้องดิจิตอลเป็นแบบนี้บ่อยจะตาย
ผมก็เข้าใจว่าไอ้แมนมันปลอบใจผมไม่ให้กลัว
เออ กูก็ว่างั้น ไป ไปถ่ายงานตอนเถอะ ถ่ายเสร็จจะได้กลับ
และวันนั้นทั้งวันก็ไม่มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นอีก

วันที่2
ไอ้แมนงานส่งไปจารย์ว่าไงบ้าง
ก็โอเค แล้วของมึงเป็นไง
ต้องแก้2งาน คิดว่าวันนี้คงไปถ่ายตอนเย็นๆ
เออ เดี๋ยวไปด้วยก็ได้ เย็นนี้ไม่มีอะไรทำ
วันนี้ดูเหมือนทั้งผมและไอ้แมนจะไม่สนใจแหตุการณ์เมื่อวานที่เกิดขึ้น

ระหว่างที่พักเรียนในชั่วโมง
เฮ้ย ไปห้องน้ำด้วยกันเปล่า กูจะไป
เออไปด้วย
ระหว่างที่เข้าห้องน้ำ
มือกูไปโดนอะไรมาว่ะ
มึงไปโดนอะไรมาแล้วกูจะรู้ไหมว่ะ
รอยสีดำที่เกิดขึ้นตรงข้อมือของผมที่พยายามถูหรือล้างเท่าไรก็ไม่ออก
ขณะผมกับไอ้แมนกำลังล้างหน้าอยู่ ทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้นมาดูกระจก
เฮ้ย ผมยืนอึ้งแล้วรีบหันไปดูข้างหลังเพื่อให้แน่ใจกับภาพที่ผมเห็น
ผมไม่แน่ใจว่าหลังผมนั้นมีใครอยู่ข้างหลังหรือเปล่า
เป็นอะไรของมึงว่ะไอ้ไผ่
กูไม่รู้ แต่เมื่อกี้กูเห็นใครไม่รู้อยู่ข้างหลังกู
ท่าจะหลอนนะมึง ไปเรียนเถอะ กูว่าจารย์เริ่มสอนต่อแล้ว
เออ แต่ผมก็ยังสงสัยและพยายามคิดว่าผมตาฝาด

หลังจากเลิกเรียนผมกับไอ้แมนก็ไปถ่ายรูปเพื่อส่งงาน
ไอ้แมนรอยที่ข้อมือกูทำไงมันก็ไม่หายผมเริ่มสงสัยในรอยที่ข้อมือ
มึงไปโดนอะไรมาล่ะ
กูก็ไม่รู้เหมือนกัน กูล้างก็แล้วถูก็แล้วแต่มันไม่ออกแถมกูยังคิดว่ามันเลอะมากขึ้นว่ะ
เลอะมากขึ้น เลอะยังไงว่ะงานนี้ไอ้แมนงงเต็มๆ
ก็เหมือนรอยมันเยาวขึ้นกว่าเมื่อเช้า
มึงคิดมากไปมั้ง
กูว่ารีบถ่ายให้เสร็จๆเถอะไอ้แมนมันคงเริ่มรำคาญกับผม
เออ กูรู้แล้วผมก็เริ่มรำคาญกับท่าทางของมัน

วันที่3
รอยดำตรงข้อมือของผมก็ยังไม่จางลงไปและดูเหมือนว่ามันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
รอยที่พยายามทำให้มันหายแต่มันก็ยังคงอยู่
ไอ้แมนรอยมันไม่ยอมหาย ทำไงดีว่ะผมเริ่มใจคอไม่ดีกับรอยของมัน
มึงก็คิดมากมึงไปกระแทกอะไรมารึเปล่ามันพยายามพูดให้ผมไม่คิดมาก
ไม่นะกูไม่ไปโดนอะไรมาเลยนะโว้ย
กูว่านะ เดี๋ยวมันก็หายไปเอง

ขณะที่ผมหลับขณะรออาจารย์สอนคาบต่อไป
ผมกับได้ยินเสียงประหลาดที่ดังขึ้น
การเดินของนาฬิกาชีวิตจะหมดลง
เส้นทางเดินจะถึงทางตัน
เวลาที่ได้มาถึงคราวที่จบลง
7ราตรีของการหวนคืนได้เริ่มขึ้น
ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปที่ที่จากมา

แต่ผมยังไม่ยินอีกเสียงหนึ่งที่ผมคุ้นหูมาตั้งแต่เด็ก
ไอ้ไผ่เวลาของเอ็งเหลืออีกแค่ตามรอยที่ข้อมือ
หลวงตาไม่สามารถจะช่วยอะไรเอ็งได้
จะมีก็เพียงแต่ความดีเท่านั้นที่จะช่วยเอ็งได้
จงจำไว้เวลาของเอ็งขึ้นอยู่กับรอยข้อมือ ความดีและบุญกุศลเท่านั้นที่จะช่วยเอ็งได้

เฮือกผมสะดุ้งสุดตัว
มึงเป็นอะไรว่ะไอ้ไผ่ ฝันร้ายเหรอ
อืม ผมพยายามที่จะตั้งสติและทบทวนสิ่งที่ได้ยิน
ไอ้แมนเมื่อกี้กูได้ยินอะไรแปลกๆแถมกูยังได้ยินเสียงหลวงตาพูดอะไรแปลกๆด้วย
เรื่องแปลกๆ เรื่องอะไรว่ะ
เรื่องรอยข้อมือกูเนี่ยเหละผมเลยชูข้อมือที่มีรอยดำยาวขึ้นกว่าเมื่อวาน
มึงคิดมากไปมั้งมันพยายามใจเย็นอยู่
ไม่ว่ะ เมื่อกี้เหมือนหลวงตาบอกว่ากูมีเวลาเท่ารอยข้อมือ และมึงจำไอ้เว็บที่มัน
ทำนายดวยที่กูบอกให้มึงฟังได้ไหมผมพยายามนึกถึงชื่อเว๊บนั่นอยู่
เออพอจำได้แล้วทำไมว่ะ มันพยายามนึกถึงเว็บนั่นอยู่
ก็ที่มันบอกว่า7ราตรีของการหวนคืนได้เริ่มขึ้น ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปที่ที่จากมา
ไอ้แมนดูเริ่มกลัวแล้วนะเว้ยผมเริ่มใจคอไม่ดีพยายามถูข้อมือเพื่อให้รอยนั้นออก
มึงก็ใจเย็นสิ แล้วที่มึงบอกว่าได้ยินเสียงหลวงตา หลวงตาพูดอะไรอีกมั้ย
อืม...หลวงตาพูดว่า...จงจำไว้เวลาของเอ็งขึ้นอยู่กับรอยข้อมือ ความดีและบุญกุศลเท่านั้นที่จะช่วยเอ็งได้
กูว่ามึงคิดมากไปแล้วว่ะมันพยายามให้ผมใจเย็นแล้วคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ
ไม่นะโว้ย มึงดูรอยสิ มันยาวขึ้นเรื่อยๆนะโว้ย เมื่อเช้ามันยังอยู่แค่นี่เองผมชูข้อมือให้มันดูอีกครั้ง
กูว่านะ เลิกเรียนแล้วมึงกลับห้องไปนอนเถอะ มึงอาจเครียดมากไปก็ได้
มึงไม่เข้าใจกู มึงไม่เป็นกู มึงไม่รู้หรอกผมเริ่มโมโหกับความใจเย็นของมัน
เออ กูรู้ มึงก็ใจเย็นแล้วค่อยๆคิดดีๆว่ามึงฝันว่าอะไร
เอางี้เดี๋ยวมึงไปดูไอ้เว็บนั่นอีกรอบให้แน่ใจดีกว่าว่ามันเขียนว่ายังไง
เออ กูก็คิดว่าจะไปดูอยู่ งั้นรอเลิกเรียนเดี๋ยวกูไปดูเอง

วันที่4
ไอ้แมนวันนี้กูไม่เข้าเรียนนะ
อ้าวทำไมอะ
วันนี้กูจะไปธุระทั้งวันเลย
มึงจะไปไหนว่ะ
เออน่าเอาเป็นว่ามึงจดงานด้วยถ้าจารย์สั่งนะ
อะไรของมึงว่ะ
เออน่าแค่นี้นะ
ฮัลโหลๆ ...ฮัลโหล อะไรของมันว่ะ
นี่เป็นการหยุดของผมที่ไม่ค่อยจะมีบ่อยหนักที่ไม่บอกเหตุผลมัน

และการหยุดเรียนครั้งนี้ของผมมีจุดหมายสำคัญ
จุดหมายของวันนี้คือการเดินทางไปยังวัดต่างๆเพื่อทำบุญ
หลังจากที่คืนนั้นผมพยายามที่จะหาเว็บที่ผมเปิดเจอ
แต่หาเท่าไรมันก็ไม่เจอสักที
แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องรีบเพราะว่าผมได้ฝันถึงคำพูดของหลวงตาตลอดเวลา
จนผมคิดว่าเวลาของผมกำลังจะหมดลงอาจจะเป็นแค่ผมคิดมากไปเองแต่รอยข้อมือของผมนั้นมันกับยาวขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้มันเหลืออีกแค่ครึ่งทางเท่านั้นรอยที่ข้อมือยิ่งยาวเท่าไรเวลาของผมก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น
ผมจึงบอกกับตัวเองว่าต้องไปทำบุญให้กับตัวเองเพื่อที่รอยดำนี้จะหายไป
วันนี้ผมตระเวนไหว้พระทั้งวันไม่ว่าจะเป็นวัดดังหรือไม่ดังผมบริจาดตังค์ให้กับวัดหรือแม้กระทั่งขอทาน
สิ่งเดียวที่ผมหวังอย่าเดียวคือขอให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปและรอยบ้าๆนี้จะหายไป

วันที่5
อะไรอีกว่ะ
ทำบุญแล้ว ทำไมยังไม่หายอีกว่ะ
มึงก็ใจเย็นน่า มันอาจจะหายหลังวันนี้ก็ได้
มึงจะให้กูใจเย็นอีกเหรอ
นี่มึงเห็นไหมมันยาวขึ้นอีกแล้วมึงดูๆ
วันนี้ผมได้เล่าเรื่องราวที่ผมฝันอีกครั้งและเหตุการณ์ไปทำบุญของผมให้แมนฟัง
แต่ขณะเดียวกันรอยสีดำมันก็ยังไม่ยอมที่จะหายไปแต่กลับจะยาวขึ้นและเข้มขึ้น
วันนี้ผมคงไม่มีสมาธิที่จะเรียนและพยายามที่ลบรอยออกไปให้ได้แต่ก็ไม่เป็นผล
วันนี้ทั้งวันผมกับไอ้แมนไม่ได้พูดคุยกันเพราะมันก็รู้ว่าผมกังวลใจกับเรื่องนี้มาก

วันที่6
ผมคิดว่าวันนี้จะเป็นวันที่ผมจะพยายามใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและอยู่กับไอ้แมนตลอด
เพราะถ้าหากเรื่องที่ผมคิดไว้เป็นความจริงว่ารอยที่ข้อมือนี้เต็มเมื่อไรผมคงจะต้องตาย
เวลาที่มีอยู่มันดูสั้นและไม่มีอะไรเป็นพิเศษไอ้แมนมันก็ยังคงเป็นมัน
วันนี้ผมและมันไม่ได้ไปเรียนผมกับมันนั่งเล่นเกมส์มันคงจะรู้ความคิดผมแต่มันก็ยังพยายามคิดว่าผมคิดมากอยู่คนเดียวและพยายามทำให้ดูเป็นเรื่องไร้สาระ วันนี้ผมได้เขียนจดหมายถึงมันกะไว้ว่าจะส่งไปทางไปรณีย์ให้มันอ่านถ้าหากผมได้ตายจริงๆ ผมไม่คิดที่จะดิ้นรนที่จะมีชีวิตรอดหรือทำให้รอยที่ข้อมือหายไปได้ รอยสีดำเล็กๆที่เหมือนกับว่าใครมาเอาดินสอมาเขียนไว้มันยาวมากขึ้นเองเรื่อยๆทุกวัน ทุกวัน และวันนี้มันก็ยังคงที่จะยาวจนใกล้ที่จะบรรจบกันแล้ว ผมได้แต่คิดถึงคำพูดของหลวงตาว่าจงจำไว้เวลาของเอ็งขึ้นอยู่กับรอยข้อมือ ความดีและบุญกุศลเท่านั้นที่จะช่วยเอ็งได้ ไอ้ความดีที่ผมได้ทำไปนั้นมันคงจะไม่ส่งผลถึงผมหรือว่ามันอาจจะไม่เป็นอย่างที่ผมคิดเลยก็ได้ว่าความดีหรือบุญกุศลนั้นคืออะไร ในขณะเดียวกัน ผมกลับคิดว่าผมไปทำอะไรไม่ดีไว้ยังงั้นหรือ
ผมเกิดมาก็ไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ อยู่กับหลวงตาตั้งแต่เด็กก็ไม่ได้ไปทำอะไรที่ไม่ดีมากมายนัก ชีวิตคนเราเป็นยังไงกันแน่

วันที่7 วันสุดท้ายของรอยที่จะบรรจบ
วันนี้ผมไม่ได้ไปเรียน ผมพยายามทำตัวตามสบายและนั่งมองดูรอยที่ข้อมือผมไปเรื่อยๆ
ผมคิดว่าเมื่อไรที่รอยมันจะบรรจบกันซะที ถ้าเวลานั้นมาถึง ผมจะเป็นยังไง อาจจะเป็นอย่างที่ไอ้แมนบอกก็ได้ผมอาจจะคิดมากไปเอง หรือผมอาจจะตายจริงๆก็ได้ เวลาของมนุษย์มันสั้นดีจริงๆ ตามทางเดินผู้คนมากมายดูสับสนไปหมด ผมได้แต่เดินเหมือนรออะไรซะอย่าง การทำความดีกับบุญฏุศลของผมมันอาจจะไม่ได้ช่วยให้ผมรอดก็ได้
ฟ้าว......ตูมเสียงดังสนั่น รถมอเตอร์ไซค์ที่ขับผ่านผมไปเกิดอุบัติเหตุและรู้สึกว่าคนขับจะอาการสาหัส
ตายไหมเนี่ยเสียงคนรอบข้างผมเริ่มพูดคุย
นี่คงจะเป็นการทำดีครั้งสุดท้ายของผม ผมไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นผมที่พาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ให้เลือดแกผู้บาดเจ็บ การทำความดีครั้งนี้ผมไม่คิดว่าจะทำให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ในขณะนั้นผมคิดเพียงแต่ว่าผมอาจจะทำให้คนๆหนึ่งมีชีวิตอยุ่ต่อไป และในวันนี้ทั้งวันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับผมที่จะทำให้ผมรู้สึกว่าผมจะตาย จนทำให้ผมคิดอย่างที่ไอ้แมนได้บอกผมไว้

หลายวันผ่านไป
รอยที่ข้อมือของผมได้หายไปหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นและผมก็ได้ฝันถึงหลวงตาอีก แต่ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ท่านมาบอกแต่กลับเป็นคำสอนที่ท่านเคยพูดไว้ว่า การที่คนเราจะทำความดีและบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ คือการทำโดยไม่หวังผลตอบแทนไม่หวังจะได้อะไรกลับมา ในวันที่ผมไปทำบุญผมคิดแต่ว่าขอให้สิ่งที่ผมได้ทำจะทำให้ผมรอดตาย แต่ในวันสุดท้ายที่ผมอาจจะตายผมกลับคิดที่จะช่วยคนที่ประสบอุบัติเหตุให้มีชีวิตรอดเท่านั้น สิ่งที่ผมทำวันนั้นอาจจะทำให้ผมมีชีวติรอมาจนถึงวันนี้ก็ได้ ตอนนี้คำสอนของหลวงตาทำให้ผมเปลี่ยนความคิดและอะไรหลายๆสิ่งในตัวผม


การที่คนเราจะทำความดีและบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ คือการทำโดยไม่หวังผลตอบแทนไม่หวังจะได้อะไรกลับมา

จบบริบูรณ์
คนเล่นของ


edit @ 2007/08/26 22:35:58
edit @ 2007/08/26 22:37:29